วางแผนเกษียณวางแผนลงทุนวางแผนประกัน11 ต.ค. 2569 • อ่าน 13 นาที

Unit-Linked กับการวางแผนเกษียณ เมื่อเงินลงทุนเติบโตไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

โดย วิกรณ์ คุณศรีรักษ์สกุล นักวางแผนการเงิน CFP® — vikorn.planner

บทความ Vikorn Planner อธิบาย Unit-Linked ค่าธรรมเนียม COI และการวางแผนเกษียณ

สรุปสั้น

Unit-Linked อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงินระยะยาวได้ แต่ก่อนตัดสินใจควรเข้าใจโครงสร้างกรมธรรม์ ค่าใช้จ่าย และ COI ซึ่งอาจส่งผลต่อเงินลงทุนเมื่ออายุมากขึ้น

เวลาพูดถึงประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ Unit-Linked เรามักได้ยินทั้งมุมที่บอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่น ช่วยวางแผนการเงินระยะยาวได้ดี และอีกมุมหนึ่งที่ตั้งคำถามว่า ทำไมเงินในกรมธรรม์ลดลง ทำไมเบี้ยประกันจึงลดหย่อนภาษีได้ไม่เต็มจำนวน หรือทำไมค่าใช้จ่ายถึงเพิ่มขึ้นมากเมื่ออายุมากขึ้น

ความจริงแล้ว ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับวิธีที่เราเข้าใจและนำมันไปใช้ด้วย

ในรายการ Prompt เกษียณ EP.9 อ.ตี๋ คุณชวลิต ลีลาภรณ์ นักวางแผนการเงิน CFP ได้ชวนพูดคุยถึงกลไกเบื้องหลังของ Unit-Linked ตั้งแต่โครงสร้างการทำงาน ค่าธรรมเนียม ไปจนถึง COI ซึ่งเป็นเรื่องที่คนซื้อประกันประเภทนี้ควรทำความเข้าใจ โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจถือกรมธรรม์ไปจนถึงวัยเกษียณ

ประเด็นที่น่าสนใจคือ Unit-Linked อาจเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์คนคนหนึ่งได้ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกเป้าหมาย หรือเหมาะกับทุกช่วงชีวิตของคนคนเดียวกันเสมอไป

Unit-Linked ทำงานอย่างไร ทำไมจึงต้องเข้าใจมากกว่าเรื่องผลตอบแทน

หลายคนมอง Unit-Linked เป็นประกันอีกประเภทหนึ่งที่มีการลงทุนเพิ่มเข้ามา แต่ถ้าดูโครงสร้างให้ชัด จะพบว่าผลิตภัณฑ์นี้เชื่อมการทำงานของสองส่วนเข้าด้วยกัน คือความคุ้มครองชีวิตและการลงทุนในกองทุนรวม

บริษัทประกันชีวิตรับผิดชอบเรื่องความคุ้มครองและการบริหารกรมธรรม์ ส่วนกองทุนรวมที่เลือกลงทุนก็มีบริษัทจัดการกองทุนทำหน้าที่บริหารสินทรัพย์ตามนโยบายของแต่ละกองทุน

เงินที่เราจ่ายเข้ากรมธรรม์จึงไม่ได้กลายเป็นเงินลงทุนทั้งหมด แต่ถูกจัดสรรไปตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ มีทั้งค่าใช้จ่ายด้านประกันภัยและเงินส่วนที่นำไปลงทุนในกองทุนรวม

เมื่อเข้าใจจุดนี้ เราจะเริ่มมอง Unit-Linked ได้ตรงขึ้น เพราะสิ่งที่ต้องติดตามไม่ได้มีแค่ว่ากองทุนที่เลือกให้ผลตอบแทนเท่าไร แต่ยังต้องดูด้วยว่าระหว่างทางมีค่าใช้จ่ายอะไรถูกหักออกจากกรมธรรม์บ้าง

สมมติว่าพอร์ตลงทุนทำผลตอบแทนได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายของกรมธรรม์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผลลัพธ์ที่เหลืออยู่ก็อาจไม่เป็นไปตามที่เราคาดไว้ได้ ในทางกลับกัน หากเข้าใจต้นทุนและเลือกโครงสร้างความคุ้มครองได้เหมาะสม ก็จะช่วยให้บริหารกรมธรรม์ได้สอดคล้องกับเป้าหมายมากขึ้น

จ่ายเบี้ยไปแสนบาท ทำไมลดหย่อนภาษีได้ไม่ถึงแสน?

เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นอีกประเด็นที่ทำให้ผู้ซื้อ Unit-Linked หลายคนสับสน เพราะบางครั้งเราได้ยินเรื่องการลดหย่อนภาษีตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ แต่กลับไม่ได้ตรวจสอบให้ชัดว่าจำนวนเงินที่จ่ายไปส่วนไหนใช้สิทธิได้จริง

หลักการสำคัญคือ เบี้ยที่ชำระเข้ากรมธรรม์ Unit-Linked ไม่ได้หมายความว่าจะนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาส่วนที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายและจำนวนเงินที่บริษัทรับรองให้ใช้สิทธิ

ตัวอย่างเช่น หากชำระเงินเข้ากรมธรรม์ 100,000 บาท จำนวนเงินที่สามารถใช้สิทธิทางภาษีอาจน้อยกว่านั้น เพราะเงินบางส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุน ไม่ใช่เบี้ยประกันชีวิตที่เข้าเงื่อนไขทั้งหมด

ดังนั้น ก่อนซื้อควรถามให้ชัดตั้งแต่ต้นว่า เงินที่จ่ายในแต่ละปีแบ่งเป็นส่วนใดบ้าง และบริษัทจะรับรองสิทธิทางภาษีให้เท่าไร ไม่ควรอาศัยเพียงตัวเลขเบี้ยประกันรวมที่ปรากฏในข้อเสนอขาย

อีกเรื่องที่ต้องแยกให้ออกคือ การได้สิทธิลดหย่อนภาษีน้อยไม่ได้แปลว่ากรมธรรม์จะดีหรือไม่ดีโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับการได้สิทธิมากก็ไม่ได้รับประกันว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะเหมาะกับเรา ต้องพิจารณาความคุ้มครอง ค่าใช้จ่าย และเป้าหมายทางการเงินร่วมกันด้วย

จุดเด่นของ Unit-Linked อยู่ที่ความยืดหยุ่น แต่ความยืดหยุ่นก็ต้องใช้ให้เป็น

ลองมองชีวิตในช่วงที่ยังทำงาน มีลูกเล็ก มีภาระผ่อนบ้าน และเป็นรายได้หลักของครอบครัว ความต้องการความคุ้มครองชีวิตในช่วงนี้ย่อมต่างจากวันที่ลูกเติบโต มีทรัพย์สินสะสมมากขึ้น และกำลังจะเกษียณ

Unit-Linked มีจุดเด่นตรงที่บางผลิตภัณฑ์เปิดโอกาสให้ปรับระดับทุนประกันและเลือกทางเลือกการลงทุนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงอาจนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับภาระชีวิตที่เปลี่ยนไปได้

ในวันที่ครอบครัวยังต้องพึ่งพารายได้ของเรา การมีทุนประกันที่เพียงพออาจเป็นเรื่องสำคัญ แต่เมื่อภาระดังกล่าวลดลง ความจำเป็นในการคงทุนประกันระดับเดิมก็อาจเปลี่ยนไปเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การลดทุนประกันไม่ใช่เรื่องที่ควรทำโดยดูเพียงว่าต้องการลดค่าใช้จ่ายเท่าไร เพราะต้องพิจารณาด้วยว่าความคุ้มครองที่เหลืออยู่ยังเพียงพอหรือไม่ และการเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลต่อค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขอื่นของกรมธรรม์อย่างไร

ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมการลงทุน บางผลิตภัณฑ์อาจมีข้อได้เปรียบจากโครงสร้างการซื้อขายกองทุน เช่น การลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมบางประเภท แต่รายละเอียดแตกต่างกันไปในแต่ละแบบ จึงควรเปรียบเทียบจากเอกสารจริงมากกว่าตัดสินจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

ความยืดหยุ่นจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเรารู้ว่ากำลังปรับอะไร เพื่อให้ตอบโจทย์อะไร และมีผลตามมาอย่างไร

COI ต้นทุนที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อกรมธรรม์มีอายุยาวขึ้น

ถ้าต้องเลือกประเด็นหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจให้ดีก่อนถือ Unit-Linked ในระยะยาว COI เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

COI ย่อมาจาก Cost of Insurance หรือค่าการประกันภัย เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับความคุ้มครองชีวิตที่หักจากมูลค่าบัญชีลงทุนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

โดยทั่วไป ความเสี่ยงจากการเสียชีวิตมีแนวโน้มสูงขึ้นตามอายุ ทำให้ต้นทุนความคุ้มครองอาจเพิ่มขึ้นมากในช่วงวัยสูงอายุ อัตราและวิธีคำนวณที่แท้จริงต้องดูจากตาราง COI ของกรมธรรม์แต่ละแบบ ไม่สามารถใช้ตัวเลขเดียวแทนทุกบริษัทได้

ลองนึกภาพคนที่ซื้อ Unit-Linked ตั้งแต่อายุยังน้อย ช่วงแรกค่าใช้จ่ายด้านความคุ้มครองอาจยังไม่สูงมาก ขณะที่เงินลงทุนมีเวลาเติบโต แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงวัยเกษียณ สถานการณ์อาจเปลี่ยนไป ค่า COI สูงขึ้น ส่วนผลตอบแทนการลงทุนก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังได้ทุกปี

หากผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ มูลค่าบัญชีลงทุนก็อาจลดลงได้ แม้เจ้าของกรมธรรม์จะไม่ได้ถอนเงินออกมาใช้เลยก็ตาม และถ้าถอนเงินไปใช้จ่ายหลังเกษียณด้วย ผลกระทบก็อาจมากขึ้นอีก

นี่คือจุดที่ต้องแยกให้ออกระหว่างการมีเงินลงทุนอยู่ในกรมธรรม์ กับการมีเงินเพียงพอให้กรมธรรม์รองรับค่าใช้จ่ายไปได้ในระยะยาว ทั้งสองเรื่องเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกัน

สำหรับคนที่ตั้งใจถือกรมธรรม์ไปจนถึงวัยชรา จึงควรดูตาราง COI และขอให้แสดงภาพจำลองมูลค่าบัญชีในหลายสถานการณ์ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะตัวเลขผลตอบแทนที่คาดหวังในช่วงเริ่มต้น

ทุนประกันกับมูลค่าหน่วยลงทุน: โครงสร้างที่ต่างกันส่งผลต่อ COI อย่างไร

นอกจากอายุแล้ว โครงสร้างผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตก็เป็นอีกเรื่องที่ส่งผลต่อการคำนวณต้นทุนความคุ้มครอง

ตัวอย่างเช่น กรมธรรม์บางแบบกำหนดให้จ่ายผลประโยชน์เป็นจำนวนที่สูงกว่าระหว่างทุนประกันกับมูลค่าบัญชีลงทุน ขณะที่บางแบบกำหนดให้จ่ายทุนประกันบวกมูลค่าบัญชีลงทุน

ความแตกต่างนี้สัมพันธ์กับจำนวนเงินความเสี่ยงสุทธิที่บริษัทประกันต้องรับผิดชอบ หรือที่เรียกว่า Net Amount at Risk (NAR)

กรณีจ่ายจำนวนที่สูงกว่าระหว่างทุนประกันกับมูลค่าบัญชีลงทุน

ในโครงสร้างลักษณะนี้ ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตจะพิจารณาจากจำนวนที่สูงกว่าระหว่างทุนประกันกับมูลค่าบัญชีลงทุนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หากมูลค่าบัญชีเพิ่มขึ้น ส่วนต่างความเสี่ยงที่บริษัทต้องรับผิดชอบอาจลดลงได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อ COI ที่เรียกเก็บตามโครงสร้างของกรมธรรม์

กรณีจ่ายทุนประกันบวกมูลค่าบัญชีลงทุน

อีกโครงสร้างหนึ่งกำหนดผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตเป็นทุนประกันบวกมูลค่าบัญชีลงทุน ลักษณะนี้อาจทำให้บริษัทประกันต้องรับความเสี่ยงสุทธิในระดับที่แตกต่างจากโครงสร้างแรก เมื่อถือกรมธรรม์ต่อไปจนถึงวัยสูงอายุ ค่า COI ที่เพิ่มขึ้นตามอายุอาจกลายเป็นภาระสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อผลตอบแทนไม่เป็นไปตามสมมติฐาน หรือมีการถอนเงินออกจากบัญชีลงทุนอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าโครงสร้างใดจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ากันในทุกกรณี เพราะต้องพิจารณาทุนประกัน เงื่อนไขการคำนวณ NAR ตาราง COI และค่าใช้จ่ายอื่นของผลิตภัณฑ์แต่ละแบบประกอบกัน

ประเด็นนี้จึงไม่ใช่ว่าโครงสร้างหนึ่งดีกว่าอีกโครงสร้างหนึ่งเสมอไป แต่ต้องดูว่าระดับความคุ้มครองที่ได้รับเหมาะสมกับความต้องการหรือไม่ เมื่อรวมกับต้นทุนที่ต้องจ่ายตลอดอายุกรมธรรม์แล้ว ยังตอบโจทย์อยู่หรือเปล่า

เมื่อถึงวัยเกษียณ เป้าหมายของเงินเปลี่ยนไปแล้ว

ช่วงวัยทำงานกับช่วงเกษียณมีโจทย์ทางการเงินต่างกันอย่างชัดเจน ในช่วงสะสมเงิน เรายังมีรายได้จากการทำงานและมีเวลาให้เงินลงทุนเติบโต ความคุ้มครองชีวิตก็อาจมีความสำคัญเพราะยังมีคนข้างหลังที่ต้องดูแล Unit-Linked จึงอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการทั้งความคุ้มครองและการลงทุนภายใต้กรมธรรม์เดียว

แต่เมื่อถึงวัยเกษียณ เราต้องเปลี่ยนมาคิดเรื่องการนำเงินออกมาใช้ให้เพียงพอกับชีวิตประจำวัน พร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่เงินจะหมดก่อนเวลา

สมมติว่าหลังเกษียณเราต้องการถอนเงินออกมาใช้ทุกปี ขณะที่ค่า COI เพิ่มขึ้นตามอายุ หากมูลค่าบัญชีลดลงจากการถอนเงินและผลตอบแทนไม่เป็นไปตามคาด เงินที่เหลือสำหรับรองรับค่าใช้จ่ายในอนาคตก็จะน้อยลงตามไปด้วย

หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปโดยไม่ทบทวน กรมธรรม์อาจมีมูลค่าบัญชีไม่เพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไข และอาจสิ้นผลบังคับได้

เพราะฉะนั้น หากมี Unit-Linked อยู่แล้วและกำลังจะเกษียณ ไม่ควรดูเฉพาะว่าปัจจุบันมีเงินในบัญชีเท่าไร แต่ควรประเมินด้วยว่า หากถอนเงินตามแผนที่ตั้งไว้แล้ว ค่าใช้จ่ายด้านความคุ้มครองจะส่งผลต่อมูลค่าบัญชีอย่างไรในอีก 10 ปี 20 ปี หรือมากกว่านั้น

บางกรณี การปรับลดทุนประกันอาจเป็นทางเลือกที่นำมาพิจารณาได้ หากกรมธรรม์อนุญาตและความคุ้มครองที่เหลือยังเพียงพอต่อความจำเป็น แต่ก็ไม่ควรลดโดยอัตโนมัติเพียงเพราะต้องการลด COI

หากเป้าหมายหลักคือการมีรายได้หลังเกษียณ ควรพิจารณาโครงสร้างการถอนเงินและเปรียบเทียบกับเครื่องมืออื่นด้วย เช่น การจัดพอร์ตสำหรับวัยเกษียณ หรือประกันบำนาญที่กำหนดผลประโยชน์เงินงวดตามเงื่อนไขสัญญา

สิ่งที่ต้องระวังคือ อย่านำผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์หนึ่งไปใช้แทนเครื่องมืออีกประเภทหนึ่งโดยไม่ได้ประเมินผลกระทบให้รอบด้าน

อ่านและลองคำนวณประกอบ

ลองดูว่าต้องมีเงินเท่าไรเมื่อเกษียณด้วย เครื่องมือคำนวณเงินเกษียณ และอ่านต่อเรื่องการใช้เงินเกษียณให้เป็นกระแสเงินสด ใน มีเงินเกษียณก้อนโตแต่ไม่กล้าใช้? วิธีสร้างกระแสเงินสดตลอดชีวิต

ก่อนตัดสินใจ ลองกลับมาตรวจสอบกรมธรรม์ของตัวเอง

สำหรับคนที่มี Unit-Linked อยู่แล้ว การทบทวนกรมธรรม์เป็นระยะมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกผลิตภัณฑ์ตั้งแต่แรก อย่างน้อยควรตรวจสอบว่าพอร์ตลงทุนเป็นอย่างไร ค่าใช้จ่ายที่ถูกหักมีอะไรบ้าง และทุนประกันยังเหมาะสมกับภาระชีวิตในปัจจุบันหรือไม่

หากกำลังจะซื้อ ควรขอเอกสารแสดงค่าใช้จ่ายและตาราง COI ตามอายุให้ชัดเจน รวมถึงภาพจำลองมูลค่าบัญชีภายใต้สมมติฐานผลตอบแทนที่แตกต่างกัน เพื่อให้เห็นว่า หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาด กรมธรรม์จะได้รับผลกระทบอย่างไร

ที่สำคัญ ต้องถามตัวเองก่อนว่าเราซื้อผลิตภัณฑ์นี้เพื่ออะไร ต้องการความคุ้มครองชีวิต ต้องการลงทุนระยะยาว หรือต้องการสร้างรายได้หลังเกษียณ เพราะคำตอบที่ต่างกันอาจนำไปสู่การเลือกเครื่องมือทางการเงินที่ต่างกัน

Unit-Linked ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบของทุกคน และก็ไม่ควรถูกตัดสินว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ดีจากปัญหาที่เกิดขึ้นในบางกรณี สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำความเข้าใจว่าเรากำลังถือผลิตภัณฑ์อะไร มีต้นทุนเท่าไร และจะบริหารมันให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตัวเองได้อย่างไร

❓ คำถามที่พบบ่อย

Unit-Linked สามารถลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนเบี้ยที่จ่ายหรือไม่?
ไม่ควรสันนิษฐานว่าเบี้ยทั้งหมดใช้ลดหย่อนได้ ต้องตรวจสอบส่วนที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายและจำนวนเงินที่บริษัทรับรองสำหรับปีภาษีนั้น
COI คืออะไร?
COI หรือ Cost of Insurance คือค่าการประกันภัยสำหรับความคุ้มครองชีวิต ซึ่งหักจากมูลค่าบัญชีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ อัตราและวิธีคิดแตกต่างกันได้ในแต่ละผลิตภัณฑ์
ค่า COI เพิ่มขึ้นตามอายุทุกกรมธรรม์เหมือนกันหรือไม่?
โดยทั่วไปต้นทุนความเสี่ยงด้านชีวิตมีแนวโน้มสูงขึ้นตามอายุ แต่จำนวนเงินจริงและวิธีคำนวณต้องดูตาราง COI และเงื่อนไขของกรมธรรม์นั้น ๆ
Unit-Linked เหมาะกับการวางแผนเกษียณหรือไม่?
อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนได้สำหรับบางคน ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ความคุ้มครอง ค่าใช้จ่าย ความเสี่ยงที่รับได้ และวิธีถอนเงินในวัยเกษียณ ไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะกับทุกคนโดยอัตโนมัติ
ถ้าถอนเงินจาก Unit-Linked หลังเกษียณ กรมธรรม์จะสิ้นผลบังคับหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทันที แต่การถอนเงินทำให้มูลค่าบัญชีลดลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงที่เงินจะไม่พอจ่ายค่าใช้จ่ายในอนาคต ควรตรวจสอบภาพจำลองและเงื่อนไขของกรมธรรม์ก่อนกำหนดจำนวนเงินถอน
ควรลดทุนประกันเมื่อเกษียณหรือไม่?
ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี หากกรมธรรม์อนุญาต การลดทุนอาจมีผลต่อ COI แต่ก็ลดความคุ้มครองด้วย จึงควรประเมินภาระครอบครัว ความต้องการมรดก และผลกระทบต่อกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจ
ควรทบทวนกรมธรรม์บ่อยแค่ไหน?
ควรทบทวนเป็นระยะ เช่น ปีละครั้ง และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิตหรือเป้าหมายทางการเงิน โดยตรวจสอบผลการลงทุน ค่าใช้จ่าย ทุนประกัน และความเพียงพอของมูลค่าบัญชี

บทส่งท้าย

ประเด็นสำคัญจากรายการ Prompt เกษียณ EP.9 ไม่ได้อยู่ที่การบอกว่า Unit-Linked เหมาะหรือไม่เหมาะกับใครเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำความเข้าใจกลไกของกรมธรรม์ให้มากพอ ก่อนตัดสินใจนำมาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงินระยะยาว

เพราะในวันที่ยังทำงาน เราอาจสนใจว่าเงินลงทุนจะเติบโตได้มากแค่ไหน แต่เมื่อถึงวัยเกษียณ คำถามจะเปลี่ยนเป็นเงินที่มีอยู่จะรองรับค่าใช้จ่ายและความคุ้มครองไปได้อีกนานเท่าไร

การวางแผนที่ดีจึงต้องมองให้ไกลกว่าผลตอบแทนในวันนี้ และเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับชีวิตในวันที่เราต้องการใช้เงินนั้นจริง ๆ

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงิน ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ใดโดยเฉพาะ เงื่อนไขความคุ้มครอง ค่าใช้จ่าย และผลประโยชน์ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์แต่ละแบบ ควรตรวจสอบเอกสารและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

วิกรณ์ คุณศรีรักษ์สกุล นักวางแผนการเงิน CFP®

วิกรณ์ คุณศรีรักษ์สกุล

นักวางแผนการเงิน CFP®

อดีตวิศวกรและผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ประสบการณ์กว่า 20 ปี นำการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบมาวางแผนการเงิน เกษียณ ภาษี ลงทุน และประกัน รู้จักผู้เขียนเพิ่มเติม

อ่านต่อ

ต้องการวางแผนการเงิน?

vikorn.planner พร้อมช่วยออกแบบแผนการเงินที่ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายชีวิตของคุณ