คำนวณสิทธิลดหย่อนภาษีกองทุน 2569: RMF, Thai ESG, Thai ESGX

ก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี ให้ดูก่อนว่ายังมีพื้นที่สิทธิเหลือเท่าไหร่ — สิทธิที่เหลือไม่เท่ากับจำนวนที่ควรซื้อ

1. เงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี

กรอกเงินได้ (ก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) ที่อยู่ในฐานภาษีปี 2569 ไม่รวมเงินได้ที่ได้รับยกเว้นหรือที่เลือกเสียภาษีแยกต่างหาก

2. เงินออมเพื่อเกษียณที่ใช้สิทธิแล้ว

ทุกรายการในส่วนนี้ใช้พื้นที่ร่วมกับ RMF ภายใต้เพดานกลุ่มเกษียณรวม 500,000 บาท

ไม่ใช่เบี้ยทั้งหมด: กรอกเฉพาะส่วนที่ใช้สิทธิในกลุ่ม 500,000 หลังพิจารณาเพดาน 15% ของเงินได้ / 200,000 บาท และส่วนที่ใช้สิทธิประกันชีวิตปกติแล้ว

3. Thai ESG / Thai ESGX เงินใหม่

การซื้อในปี 2569: Thai ESG และ Thai ESGX เงินใหม่ใช้วงเงินร่วมกัน ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท (แยกจากกลุ่มเกษียณ 500,000)

4. Thai ESGX จากการสับเปลี่ยน LTF (ปี 2568)

กรอกมูลค่าที่สับเปลี่ยนจาก LTF มาเป็น Thai ESGX ในปี 2568 เพื่อคำนวณสิทธิของปี 2569 วงเงินรวมสูงสุด 500,000 บาท: ปี 2568 ใช้ได้ไม่เกิน 300,000 ส่วนที่เหลือทยอยใช้ปีละเท่า ๆ กัน (ไม่เกินปีละ 50,000 บาท) ในปี 2569–2572

สิทธิที่ยังเหลือจาก "เงินลงทุนใหม่" (RMF + Thai ESG/ESGX)

0 บาท

รวมเฉพาะสิทธิที่ยังเหลือจริงของแต่ละผลิตภัณฑ์ (ถ้าผลิตภัณฑ์ใดซื้อเกินสิทธิ จะไม่นำไปหักลบกับสิทธิที่เหลือของอีกผลิตภัณฑ์)

RMF

30% ของเงินได้ / กลุ่มเกษียณรวมไม่เกิน 500,000

0 บาท

Thai ESG / ESGX เงินใหม่

วงเงินร่วมกัน ไม่เกิน 300,000

0 บาท

Thai ESGX จาก LTF

สิทธิจากการสับเปลี่ยนในปี 2568

0 บาท

ฐานเงินได้ที่นำมาคำนวณ
30% ของเงินได้
ใช้สิทธิกลุ่มเกษียณอื่นแล้ว
RMF ที่ซื้อแล้ว
Thai ESG + Thai ESGX เงินใหม่ที่ซื้อแล้ว
สิทธิ Thai ESGX จาก LTF สำหรับปี 2569
    ⚠️ ก่อนตัดสินใจลงทุน สิทธิลดหย่อนภาษีไม่ใช่จำนวนเงินที่ควรซื้อโดยอัตโนมัติ RMF / Thai ESG / Thai ESGX มีเงื่อนไขการถือครอง ควรพิจารณาความเสี่ยง เป้าหมาย และสภาพคล่องของตนเอง ไม่ควรซื้อเกินจำนวนที่ถือเงินลงทุนระยะยาวได้เพียงเพื่อใช้สิทธิลดหย่อน

    * ผลลัพธ์เป็นการประมาณการเพื่อการเรียนรู้และประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน

    เครื่องมือนี้ช่วยตอบอะไร

    ก่อนซื้อ RMF, Thai ESG หรือ Thai ESGX เพื่อลดหย่อนภาษี คำถามที่ควรถามคือ "ฉันมี พื้นที่สิทธิ เหลือเท่าไหร่" ไม่ใช่ "ควรซื้อเท่าไหร่" เครื่องมือนี้คำนวณพื้นที่สิทธิที่เหลือ หลังหักสิ่งที่ใช้ไปแล้วในกลุ่มเกษียณ (PVD, กบข., กอช., ประกันบำนาญ, RMF) และวงเงิน Thai ESG/ESGX ส่วน จะซื้อจริงเท่าไหร่ ต้องดูเป้าหมายการเงินและสภาพคล่องของคุณด้วย (เพราะต้องถือครองหลายปี)

    กติกาที่ใช้คำนวณ (ปีภาษี 2569)

    รายการเพดานลดหย่อนอยู่ในกลุ่ม
    กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างกลุ่มเกษียณ
    รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
    กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชนตามเพดานของกองทุนนั้น
    กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)ไม่เกิน 30,000 บาท
    ประกันชีวิตแบบบำนาญไม่เกิน 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 200,000 บาท
    RMFไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน
    Thai ESG + Thai ESGX (เงินใหม่)ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท (ใช้วงเงินร่วมกัน)แยกจากกลุ่มเกษียณ
    Thai ESGX จากการสับเปลี่ยน LTFรวมสูงสุด 500,000 บาท: ปี 2568 ไม่เกิน 300,000 และปี 2569–2572 ปีละไม่เกิน 50,000แยกจากวงเงินเงินใหม่ (ไม่ผูก 30%)

    เงื่อนไขการถือครองโดยสรุป: Thai ESG / Thai ESGX ต้องถือครอง 5 ปี (นับวันชนวัน) ส่วน RMF มีเงื่อนไขการถือครองและอายุตามหลักเกณฑ์ของกองทุน ควรอ่านหนังสือชี้ชวนก่อนซื้อ

    สูตรที่เครื่องมือใช้

    • เพดาน 30% = เงินได้พึงประเมินรวม (40(1)–(8)) × 30%
    • สิทธิ RMF ที่เหลือ = min(เพดาน 30%, 500,000 − (PVD + กบข. + กอช. + ประกันบำนาญ)) − RMF ที่ซื้อแล้ว
    • สิทธิ Thai ESG/ESGX ที่เหลือ = min(เพดาน 30%, 300,000) − (Thai ESG + Thai ESGX ที่ซื้อแล้ว)
    • สิทธิจาก LTF ปี 2569 = min(50,000, (ยอดสับเปลี่ยน LTF สูงสุด 500,000 − 300,000) ÷ 4)
    • สิทธิเหลือจากเงินลงทุนใหม่ = สิทธิ RMF ที่เหลือ + สิทธิ Thai ESG/ESGX ที่เหลือ โดยถ้าผลิตภัณฑ์ใดซื้อเกินสิทธิ จะ ไม่ นำส่วนเกินไปหักลบกับสิทธิของอีกผลิตภัณฑ์ (เพราะเป็นคนละเพดาน)

    ตัวอย่าง

    ตัวอย่างที่ 1: เงินได้ 2,000,000 บาท ใช้สิทธิ PVD 180,000 และซื้อ RMF แล้ว 100,000

    • เพดาน 30% = 600,000 · พื้นที่กลุ่มเกษียณที่เหลือ = 500,000 − 180,000 = 320,000
    • RMF ซื้อได้อีกไม่เกิน min(600,000, 320,000) − 100,000 = 220,000
    • Thai ESG/ESGX ซื้อได้ไม่เกิน min(600,000, 300,000) = 300,000 · รวมพื้นที่สิทธิ 520,000 บาท

    ตัวอย่างที่ 2 (ซื้อเกินสิทธิ): เงินได้และ PVD เท่าตัวอย่างที่ 1 แต่ซื้อ RMF ไปแล้ว 400,000 และ Thai ESG 350,000

    • RMF: สิทธิรวม 320,000 แต่ซื้อ 400,000 → เกิน 80,000
    • Thai ESG: สิทธิรวม 300,000 แต่ซื้อ 350,000 → เกิน 50,000
    • ส่วนที่เกินใช้ลดหย่อนไม่ได้ (และอาจติดเงื่อนไขถือครองโดยไม่ได้สิทธิภาษี)

    ตัวอย่างที่ 3 (สับเปลี่ยน LTF): สับเปลี่ยน LTF เป็น Thai ESGX ในปี 2568 มูลค่า 500,000 บาท → ใช้สิทธิปี 2568 ได้ 300,000 ส่วนที่เหลือ 200,000 ทยอยปีละ 50,000 ในปี 2569–2572 (ถ้าสับเปลี่ยน 400,000 จะเหลือ 100,000 ทยอยปีละ 25,000)

    ข้อจำกัดที่ควรรู้

    • เป็นเครื่องมือวางแผนเบื้องต้น ไม่ใช่การยื่นภาษี ผลจริงขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละคน ควรตรวจกับหลักเกณฑ์ล่าสุดของกรมสรรพากร ก.ล.ต. และหนังสือชี้ชวน
    • ช่อง "เงินที่ใช้สิทธิ" ให้กรอกส่วนที่ใช้สิทธิจริง เครื่องมือเตือนเมื่อเห็นว่าอาจเกินเพดาน แต่ไม่ตรวจเพดานเฉพาะของแต่ละกองทุนครบทุกกรณี (เช่น กบข. และกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชนมีเพดานต่างกัน)
    • ไม่รวมค่าลดหย่อนอื่น เช่น ประกันชีวิต/สุขภาพ เบี้ยบิดามารดา ดอกเบี้ยบ้าน และไม่คำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริง
    • การสับเปลี่ยน LTF เครื่องมือสมมติว่าใช้สิทธิปี 2568 ครบ 300,000 แล้วทยอยส่วนที่เหลือเท่า ๆ กัน และมีเงื่อนไขเฉพาะของมาตรการ (เช่น ต้องสับเปลี่ยนตามเงื่อนไขที่กำหนด) ควรตรวจสอบกับ บลจ. ที่ถือกองทุน
    • กฎเปลี่ยนได้ทุกปี ตัวเลขในหน้านี้ใช้กับปีภาษี 2569

    โจทย์ให้ลองคิด (สำหรับใช้สอน)

    1. เงินได้ 400,000 บาท ใช้ PVD 30,000 ซื้อ RMF ได้อีกเท่าไหร่? เพราะเหตุใดเพดาน 30% จึงเป็นตัวกำหนด ไม่ใช่ 500,000?
    2. ถ้า PVD + ประกันบำนาญ ใช้สิทธิรวม 500,000 แล้ว ยังซื้อ RMF เพื่อลดหย่อนได้ไหม? Thai ESG ได้ไหม? ต่างกันเพราะอะไร?
    3. ผู้ที่อยู่ฐานภาษี 10% กับ 30% การซื้อกองทุนลดหย่อน 100,000 บาท ประหยัดภาษีต่างกันเท่าไหร่? และเหตุใดจึงไม่ควรซื้อเพียงเพราะ "ได้ลดหย่อน"?

    แหล่งอ้างอิง (ตรวจเมื่อ 2 ต.ค. 2569)

    ❓ คำถามที่พบบ่อย

    RMF ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ในปี 2569?

    ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับ PVD, กบข., กอช. และประกันชีวิตแบบบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

    Thai ESG กับ Thai ESGX ใช้วงเงินร่วมกันหรือไม่?

    สำหรับเงินลงทุนใหม่ในปี 2569 ใช้วงเงินร่วมกัน คือไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท โดยแยกจากกลุ่มเกษียณ 500,000 บาท

    สับเปลี่ยน LTF เป็น Thai ESGX ได้สิทธิอย่างไรในปี 2569?

    วงเงินรวมสูงสุด 500,000 บาท ปี 2568 ใช้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท และส่วนที่เหลือทยอยใช้สิทธิปีละไม่เกิน 50,000 บาท ในปี 2569–2572 ส่วนนี้แยกจากวงเงินเงินลงทุนใหม่

    ควรซื้อกองทุนลดหย่อนให้เต็มสิทธิทุกปีหรือไม่?

    ไม่จำเป็น สิทธิที่เหลือไม่ใช่จำนวนที่ควรซื้อ กองทุนเหล่านี้มีเงื่อนไขการถือครองหลายปี ควรซื้อเฉพาะส่วนที่สอดคล้องกับเป้าหมายและสภาพคล่อง ไม่ใช่เพียงเพื่อลดภาษี

    เครื่องมืออื่น ๆ

    ต้องการวางแผนการเงินให้ตรงกับชีวิตคุณ?

    เครื่องมือช่วยให้เห็นภาพรวม แต่แผนที่ใช้ได้จริงต้องดูทั้งรายได้ รายจ่าย ภาระ และเป้าหมายของแต่ละคน

    นัดหมายเพื่อปรึกษา